วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โครววานเรื่อง EM ball

โครงงาน EM ball

ประโยชน์ที่ได้จากการทำโครงงาน
1.ได้รับความงานฝีมือในการทำสิ่งประดิษฐ์ทางการเกษตรต่างๆ
2.ทำงานร่วมกันในกลุ่มโดยใช้ความสามัคคีและความมีนำ้ใจกันในการทำงาน
3.ได้ลงทำงานโดยการปฏิบัติโดยตรงไม่ใช่เพียงอ่านทฤษฎีอย่างเดียว
4.ฝึกการกล้าแสดงออกทางการรายงาน และการทำวิดีโอ
5.ได้ฝึกทำรูปเล่มรายงาน ทำให้เกิดความเกิดชินและเกิดความแม่นยำ






วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558

คำศัพท์เริ่องทรัพย์สินทางปัญญา

1.Intellectual property
=ทรัพย์สินทางปัญญา
2.Picary
=การละเมิดลิขสิทธิ์
3.Commerce
=การค้าขายสินค้า
4.Education
=การศึกษา
5.Information
=ข้อมูล
6.Communication
=การสื่อสาร
7.Wisdom
=ความรู้
8.Designs
=วางแผนเพื่อบางคนหรือบางสิ่ง
9.Invalid
=ผิด,ต้องห้าม
10.Trademark
=สัญลักษณ์การค้า
11.Symbol
=สัญลักษณ์
12.Imprisonment
=ถูกจำคุก
13.Manufacturer
=ผู้ผลิต
14.Official
=เจ้าหน้าที่
15.Material
=วัตถุดิบ
16.Product
=ผลิต
17.Public
=สาธารณะ
18.Copyright
=ลิขสิทธิ์
19.Foreign
=ชาวต่างประเทศ
20.Owner
=เจ้าของ

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สรุปขั้นตอนการแนบไฟร์ในBlogger

สรุปขั้นตอนดังนี้
1.เลือกหัวข้อที่เราเลือกจะทำจากหัวข้อที่มีให้เลือก
2.นำข้อมูลที่เลือก มาทำลงในMicrosoft word ให้เสร็จสมบูรณ์
3.ตกแต่งงานให้เรียบร้อย
4.ตรวจความถูกต้อง
5.โหลดโปรแกรมเสริมของMicrosoft word "Save as PDF" จากอินเตอร์เน็ต
6.แปลงไฟร์จาก Wordเป็น PDF โดย save as ลงในที่ที่เราเตรียมไว้
7.เซฟงานของเรา ในรูปของWord ธรรมดาไว้ด้วย
8.สมัคร Slideshare ในอินเตอร์เน็ต ให้เรียบร้อย โดยพิมพ์ชื่อไปว่า slideshare
9.เปิด Slideshare ขึ้นมา กด Upload ที่บนขวาหรืออีกคำว่า publish
10.Upload ไฟร์ PDF และ Word ธรรมดาลงในSlideshareของเราให้เรียบร้อย
11.เปิดหน้า Slideของเราขึ้นมาจากงานที่เราอัพโหลดลง กดคำว่า Embed this Document
12.ก็อปCode ของ embed ทั้งหมดในงานมา
13.นำมาวางใน Blogger ของเรา ที่ช่อง HTML
14.กดคำว่า "เผยแพร่"
15.กลับมาที่ที่เราลงงานไว้ใน 6
16.นำงานของเรานัั้นเซฟลงในแฟรชไดร์หรือลง Google Drive
17.นำงานกับไปปริ้นและนำงานที่เป็นใบงานมาเสนอ

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่3

Google Chrome


กูเกิล โครม (อังกฤษGoogle Chrome) เป็นซอฟต์แวร์เว็บเบราว์เซอร์แบบโอเพนซอร์ซ พัฒนาโดยกูเกิล ใช้เว็บคิตเป็นเรนเดอริงเอนจินสำหรับวาดหน้าจอ และนำบางส่วนจากเว็บเบราว์เซอร์ไฟร์ฟอกซ์มาพัฒนาต่อ
โครมมีให้ดาวน์โหลดเพื่อทดสอบใช้งานสำหรับวินโดวส์ และมีภาษาที่ให้ใช้ได้มากกว่า 50 ภาษารวมถึงภาษาไทย รุ่นสำหรับแมคโอเอส และ ลินุกซ์ นั้นกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะเปิดให้ทดสอบในอนาคต
โครมเป็นตัวพัฒนาจากโค้ดของซอฟต์แวร์ โครเมียม ซึ่งใช้สัญลักษณ์เดียวกัน แต่คนละสี

ประวัติ
กูเกิลเปิดตัวโครมด้วยหนังสือการ์ตูนความยาวเกือบ 40 หน้า เล่ารายละเอียดของเบราว์เซอร์ เล่าว่าได้ทีมงานพัฒนาเบราว์เซอร์ไฟร์ฟอกซ์และอดีตทีมงานมอซิลลามากกว่า 2 คนร่วมพัฒนา

วิธีการใช้งาน ค้นหาอย่างง่าย
ใช้แถบที่อยู่เว็บเพื่อค้นเว็บ ค้นหาบุ๊กมาร์ก และประวัติการเข้าชมของคุณ เพียงพิมพ์ข้อความค้นหาลงในแถบที่อยู่เว็บ แล้วกด Enter เพื่อดูผลลัพธ์จากเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นของคุณ
  • ค้นหาเฉพาะไซต์ (แท็บเพื่อค้นหา)
    พิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ที่คุณต้องการค้นหาในแถบที่อยู่เว็บ หาก Google Chrome มีข้อมูลเครื่องมือค้นหาของไซต์ดังกล่าว จะปรากฏตัวเลือกสำหรับค้นหาไซต์นั้นให้แก่คุณโดยอัตโนมัติ หากคุณจำคำหลักของเครื่องมือค้นหาได้ คุณยังสามารถพิมพ์คำหลักนั้นในแถบที่อยู่เว็บได้ด้วย กดแท็บเพื่อเลือกเครื่องมือค้นหา แล้วพิมพ์ข้อความค้นหาของคุณ จากนั้นกด Enter
  • ค้นหาในหน้าเว็บ
    ใช้แถบค้นหาเพื่อค้นหาคำหรือข้อความเฉพาะบนหน้าเว็บที่คุณกำลังดูอยู่ กดแป้นพิมพ์ลัด  Ctrl+F (Windows , Linux และ Chrome OS) และ ⌘-F (Mac) เพื่อเปิดแถบค้นหาบนหน้าเว็บนั้น
  • ค้นหาประวัติการเข้าชม ดาวน์โหลด และบุ๊กมาร์ก
    นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ช่องค้นหาที่ด้านบนของหน้าประวัติการเข้าชม หน้าดาวน์โหลด และการจัดการบุ๊กมาร์กเพื่อค้นหาประวัติการเข้าชม ประวัติการดาวน์โหลด และบุ๊กมาร์กตามลำดับ ทรัพยากรเหล่านี้พร้อมใช้งานผ่านทางเมนู Chrome Chrome menu ในแถบเครื่องมือของเบราว์เซอร์
  • ค้นหาโดยการคลิกขวา
    เน้นสีข้อความหรือรูปภาพใดก็ได้ในหน้าเว็บด้วยเคอร์เซอร์ของคุณ คลิกขวา (หรือ Control-click สำหรับ Mac) แล้วเลือกตัวเลือกเพื่อค้นหาข้อความหรือรูปภาพที่เน้นสี
  • วางและค้นหา
    ลากเคอร์เซอร์เพื่อไฮไลต์ข้อความใดก็ได้บนหน้าเว็บ แล้วคัดลอกข้อความนั้น เมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกขวา (หรือ Control-click สำหรับ Mac) ที่แถบที่อยู่เว็บ แล้วเลือกวางและค้นหา
  • ค้นหาแบบไฮไลต์แล้วลาก (Windows และ Linux เท่านั้น)
    ไฮไลต์ข้อความบนหน้าเว็บด้วยเคอร์เซอร์และลากไปยังแถบที่อยู่เว็บ Google Chrome จะแสดงผลการค้นหาโดยอัตโนมัติจากเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นของคุณสำหรับข้อความที่คุณไฮไลต์











วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

browser

1.เว็บเบราเซอร์ (web browser) หมายถึงอะไร
เว็บเบราว์เซอร์ (อังกฤษweb browserเบราว์เซอร์ หรือ โปรแกรมค้นดูเว็บ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล ที่จัดเก็บไว้ที่เว็บเซอร์วิซหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ

2.การทำงานของเว็บเบราว์เซอร์
โปรแกรมค้นดูเว็บเชื่อมโยงกับเว็บเซิร์ฟเวอร์ผ่านมาตรฐานหรือโพรโทคอลการรับส่งข้อมูลแบบ เอชทีทีพี ในการส่งหน้าเว็บ หรือเว็บเพจ ปัจจุบันเอชทีทีพีรุ่นล่าสุดคือ 1.1 ซึ่งสนับสนุนโดยโปรแกรมค้นดูเว็บทั่วไป ยกเว้นอินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ที่ยังสนับสนุนไม่เต็มที่







3.ตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ มา 3 โปรแกรม
Google Chrome


Windows Explorer


Madfox


วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ประวัติอินเตอร์เน็ตในประเทศไทบ

ประวัติความเป็นมาของอินเทอเน็ตในประเทศไทย

การเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตของประเทศไทยมีจุดกำเนิดมาจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างมหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่า "แคมปัสเน็ตเวอร์ก" ( Campus Network ) เครือข่ายดัง กล่าวได้รับการสนับสนุนจาก "ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ" ( NECTEC ) จนกระทั่งได้ เชื่อมเข้าสู่อินเทอร์เน็ตโดยสมบูรณ์ในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ.2535 พัฒนาการ ประเทศไทยได้เริ่มติดต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยใช้ E-mail ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 โดยเริ่มที่ "มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่" เป็นแห่งแรก และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทยและออสเตรเลียในช่วงเวลาต่อมา ในขณะนั้นยังไม่ได้มีการเชื่อมต่อ แบบ On-line หากแต่เป็นการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ด้วย E-mail โดยใช้ระบบ MSHnet ละ UUCP โดยทางออสเตรเลียจะโทรศัพท์เชื่อมเข้ามาสู่ระบบวันละ 2 ครั้ง ในปีถัดมา NECTEC ซึ่งอยู่ภายใต้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน ( ชื่อเดิมในขณะนั้น ) ได้จัดสรรทุนดำเนินโครงการ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสถาบันอุดมศึกษา โดยแบ่ง โครงการออกเป็น 2 ระยะ การดำเนินงานใน ระยะแรกเป็นการเชื่อมโยง 4 หน่วยงาน ได้แก่
- กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าวิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ระยะที่สองเป็นการเชื่อมต่อสถาบันอุดมศึกษาที่เหลือ คือ
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มหาวิทยาลัยมหิดล
- มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าวิทยาเขตธนบุรี
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าวิทยา เขตพระนครเหนือ
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่







เดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2534 คณะทำงานของ NECTEC ร่วมกับกลุ่มอาจารย์และ นักวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษาได้ก่อตั้งกลุ่ม NEWgroup ( NECTEC E-mail Working Group) เพื่อ ประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้วย E-mail โดยยังคงอาศัยสถาบัน เทคโนโลยีแห่งเอเชียเป็นทางออกสู่อินเทอร์เน็ตผ่านทางออสเตรเลีย ปี พ.ศ.2538 รัฐบาลไทยได้ประกาศให้เป็นปีแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology Year ) เนื่องจากตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารข้อมูลใน ขณะเดียวกันก็มีการดำเนินการจัดวางเครือข่ายความเร็วสูงโดยใช้ใยแก้วนำแสงเพื่อใช้เป็นสายสื่อสาร ไทยสาร เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2535 สำนักวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เช่าวงจร สื่อสารความเร็ว 9600บิตต่อวินาที จากการสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อเชื่อมเข้าสู่อินเทอร์เน็ตที่ "บริษัท ยูยูเน็ตเทคโนโลยี ประเทศสหรัฐอเมริกา" ภายใต้ข้อตกลงกับ NECTEC ในการพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อร่วมใช้วงจรสื่อสาร จนกระทั่งในเดือนธันวาคมปีเดียวกันมีหน่วยงาน 6 แห่งที่ เชื่อมต่อแบบ On-lineโดยสมบูรณ์ ได้แก่ NECTEC ,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เครือข่ายที่ก่อตั้งมี ชื่อว่า "ไทยสาร" ( Thaisarn : Thai Social/scientific ,Academic and Research Network ) หรือ "ไทยสารอินเทอร์เน็ต" ในปี พ.ศ. 2536 NECTEC ได้เช่าวงจรสื่อสารความเร็ว 64 กิโลบิตต่อวินาทีจากการสื่สารแห่งประเทศไทยเพื่อ เพิ่มความสามารถในการขนส่งข้อมูล ทำให้ประเทศไทยมีวงจรสื่อสารระดับ ที่ให้บริการแก่ผู้ใช้ไทยสารอินเทอร์เน็ต 2 วงจร ในปัจจุบันวงจรเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ NECTEC ได้รับการปรับปรุงให้มีความ เร็วสูงขึ้นตามลำดับ นับตั้งแต่นั้นมาเครือข่ายไทยสารได้ขยายตัวกว้างขึ้น และมีหน่วยงานอื่นเชื่อมเข้ากับ ไทยสารอีกหลายแห่งในช่วงต่อ มากลุ่มสถาบันอุดมศึกษาประกอบด้วย สำนักวิทยบริการ จุฬาฯ ,สถาบันเทค- -โนโลยีแห่งเอเชีย,มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญได้ร่วมตัวกันเพื่อแบ่งส่วนค่าใช้จ่ายวงจร สื่อสาร โดยเรียกชื่อกลุ่มว่า "ไทยเน็ต" ( THAInet ) สมาชิกส่วนใหญ่ของไทยสาร คือ สถาบันอุดมศึกษา กับหน่วยงานราชการบางหน่วย งาน และ NECTECยังเปิดโอกาสให้กับบุคลากรของหน่วยงานราชการที่ยังไม่มีเครือข่ายภายในเป็นของตัว เองมาขอใช้บริการได้ แต่ทว่ายังมีกลุ่มผู้ที่ต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งบริษัทเอกชนและบุคคลทั่วไปซึ่งไม่สามารถใช้บริการ จากไทยสารอินเทอร์เน็ตได้ ทั้งนี้เพราะไทยสารเป็นเครือข่ายเพื่อการศึกษาและวิจัยที่ใช้เงินงบประมาณอุดหนุนจากรัฐภาย ใต้ข้อบังคับของกฏหมายด้านการสื่อสารจึงไม่สามารถให้นิติบุคคลอื่นร่วมใช้เครือข่ายได้





วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

ใบงานHTML

จงยกตัวอย่าง HTML มา5คำสั่ง

1.<p> ข้อความ </p> คำสั่งย่อหน้าใหม่

2.<!-- --> แทรกหมายเหตุ

3.<FONT> กำหนดรูปแบบตัวอักษร

4.<CENTER> แสดงข้อความแบบจัดกึ่งกลาง

5.<I> แสดงข้อความแบบตัวเอน

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่6

1.หลักการเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร 
การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือเรียกให้สั้นลงว่า การเขียนโปรแกรม หรือ การเขียนโค้ด (Coding) เป็นขั้นตอนการเขียน ทดสอบ และดูแลซอร์สโค้ดของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งซอร์สโค้ดนั้นจะเขียนด้วยภาษาโปรแกรม ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมต้องการความรู้ในหลายด้านด้วยกัน เกี่ยวกับโปรแกรมที่ต้องการจะเขียน และขั้นตอนวิธีที่จะใช้ ซึ่งในวิศวกรรมซอฟต์แวร์นั้น การเขียนโปรแกรมถือเป็นเพียงขั้นหนึ่งในวงจรชีวิตของการพัฒนาซอฟต์แวร์

การเขียนโปรแกรมจะได้มาซึ่งซอร์สโค้ดของโปรแกรมนั้นๆ โดยปกติแล้วจะอยู่ในรูปแบบของ ข้อความธรรมดา ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้งานได้ จะต้องผ่านการคอมไพล์ตัวซอร์สโค้ดนั้นให้เป็นภาษาเครื่อง (Machine Language) เสียก่อนจึงจะได้เป็นโปรแกรมที่พร้อมใช้งาน

การเขียนโปรแกรมถือว่าเป็นการผสมผสานกันระหว่างศาสตร์ของ ศิลปะ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ วิศวกรรม เข้าด้วยกัน

2.โปรแกรมแปลภาษาคืออะไร
โปรแกรมแปล   คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่แปลชุดคำสั่งของภาษาโปรแกรมหนึ่ง ไปเป็นชุดคำสั่งของอีกภาษาโปรแกรมหนึ่ง โดยความหมายดั้งเดิมไม่สูญเสียไป โปรแกรมแปลภาษาระดับสูงบางตัวจะเปลี่ยนแปลงตรรกะบางอย่าง หรือทำตรรกะให้ง่ายขึ้นโดยผลลัพธ์ยังเป็นเช่นเดิม
ประเภท 5ประเภทได้แก่
  • คอมไพเลอร์ (compiler) - โปรแกรมแปลภาษาระดับสูงเป็นภาษาแอสเซมบลีหรือภาษาเครื่อง
  • อินเทอร์พรีเตอร์ (interpreter) - โปรแกรมแปลภาษาระดับสูงเป็นรหัสที่สามารถทำงานได้ทันที
  • ดีคอมไพเลอร์ (decompiler) - โปรแกรมแปลภาษาเครื่องหรือภาษาปลายทางกลับไปเป็นรหัสต้นฉบับ
  • แอสเซมเบลอร์ (assembler) - โปรแกรมแปลภาษาแอสเซมบลีเป็นภาษาเครื่อง
  • ดิสแอสเซมเบลอร์ (disassembler) - โปรแกรมแปลภาษาเครื่องกลับเป็นภาษาแอสเซมบลี

3.ตัวอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่เขียนด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ 1 โปรแกรม

Command Prompt

Code สี HTML

http://www.yupparaj.ac.th/CAI/color/colorcode.html

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 5

การเขียนผังงาน

1.ความหมาย
ผังงาน (Flowchart) คือ รูปภาพ (Image) หรือสัญลักษณ์(Symbol) ที่ใช้เขียนแทนขั้นตอน คำอธิบาย ข้อความ หรือคำพูด ที่ใช้ในอัลกอริทึม (Algorithm) เพราะการนำเสนอขั้นตอนของงานให้เข้าใจตรงกัน ระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ด้วยคำพูด หรือข้อความทำได้ยากกว่า

2.สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเขีนนผังงาน

สัญลักษณ์ Flowchart คำว่า Flowchart มักนำไปใช้ในทางโปรแกรม กล่าวคือสำหรับคนที่ศึกษาเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม ก่อนอื่นจะต้องเข้าใจ Flowchart กันเสียก่อน วันนี้บล็อกสัญลักษณ์ของเรา เลยได้นำเสนอ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่ใช้ใน Flowchart แสดงกระบวนการทำงานต่างๆ ความหมายต่างๆ ของสัญลักณ์ใน Flowchart นั่นเอง มาดูกันเลยครับ ว่าสัญลักษณ์แต่ละอันนั้นหมายความว่าอย่างไรในที่นี้ขอนำเสนอในรูปแบบ ภาพประกอบ นะครับ เพื่อนๆ สามารถอ่านและดูตามภาพประกอบได้เลยครับ



3.การเขียนผังงาน/ตัวอย่าง
ภาพแสดงตัวอย่างการกำหนดจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของการเขียนผังงาน

 ตัวอย่างที่ 1 ผังงานการต้มบะหมี่สำาเร็จรูป

ตัวอย่างที่ 2 ผังงานตัดสินผลการเข้าร่วมกิจกรรม



วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่4

ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้

1.การถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาด้วยอัลกอริทึม(การเขียนรหัสจำลอง) หมายถึงอะไร?

การเขียนรหัสจำลอง หมายถึง เปนเครื่องมือที่ชวยในการแก้ ปัญหาการเขียนจะเปนคําอธิบายที่มีโครงสรางที่ชัดเจน ไมขึ้นกับภาษาใดภาษาหนึ่ง แตสามารถเปลี่ยนเปนภาษาทางคอมพิวเตอรไดงาย
จะมีการใชขอความที่เปนภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยก็ได ในการแสดงขั้นตอนการแกปัญหา แตจะมีการใชคําเฉพาะ(reserve words) ที่มีอยูในภาษาโปรแกรมมาชวยในการเขียน โครงของรหัสจําลองจึงมีสวนที่คลายกับการเขียนโปรแกรมมาก ดังนั้นรหัสจําลองจึงเปนเครื่องมืออีกแบบที่นิยมใชกันมากในการออกแบบโปรแกรม

2.เครื่องมือที่ใช้ในการจำลองมีอะไรบ้าง

การจำลองความคิดเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนของการเลือกเครื่องมือและการออกแบบขั้นตอนวิธี 
อาจจะออกมาในรูปแบบข้อความ หรือแผนภาพ เพื่อช่วยให้การแก้ปัญหาเป็นไปในทางเดียวกัน 
ซึ่งพอจะสรุปได้ 2 ลักษณะ คือ
1. ข้อความหรือคำบรรยาย เป็นการเขียนเค้าโครงการบรรยายเป็นภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสารกัน
เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมแต่ละตอน ในบางครั้งอาจใช้คำสั่งของภาษา
ที่ใช้เขียนโปรแกรมได้

ตัวอย่างที่ 1 การจำลองความคิดในการวางแผนไปโรงเรียน
เริ่มต้น
ตื่นนอน
อาบน้ำแต่งตัว
ไปโรงเรียน
จบ

2. สัญลักษณ์ เครื่องหมายรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งใช้สำหรับสื่อความหมายให้เข้าใจตรงกัน
โดยมีรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้
สัญลักษณ์ที่ใช้ในการออกแบบโปรแกรมหรือการเขียนผังงาน
เริ่มต้นและลงท้าย (terminal)
แทนจุดเริ่มต้นและลงท้ายผังงาน
การปฏิบัติงาน (process)
แทนจุดที่มีการประมวลผลคำสั่งใด ๆ
การตัดสินใจ (dicision)
แทนจุดที่เป็นเงื่อนไข ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
การนำข้อมูลเข้า - ออกโดยทั่วไป
(general input/output)
แทนจุดที่จะนำข้อมูลเข้าหรือออกจากระบบคอมพิวเตอร์
การแสดงข้อมูล (display)
แทนจุดที่แสดงข้อมูลทางจอภาพ
การทำเอกสาร (document)
แทนจุดที่แสดงข้อมูลทางเครื่องพิมพ์
จุดเชื่อมต่อ (connector)
แทนจุดเชื่อมต่อของผังงาน
ทิศทาง (flow line)
แทนทิศทางการทำงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับหัวลูกศร

3.การเขียนรหัสจำลอง ทำอย่างไร?

การเขียนรหัสจำลอง (Pseudo Code) คือการเขียนอัลกอริทึมโดยใช้ประโยคภาษาอังกฤษที่สื่อความ
หมายง่าย ๆ สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้โดยทันที แต่ก็สามารถใช้รูปแบบที่เป็นภาษาพูดด้วยภาษาไทยและภาษา
อังกฤษก็ได้

โครงสร้างของรหัสจำลองเริ่มต้นด้วยข้อความ Begin แล้วอธิบายขั้นตอนการทำงานโดยใช้คำสั่งต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกับภาษาคอมพิวเตอร์ในการเขียนโปรแกรม เช่น

คำสั่ง read หมายถึง การอ่านค่าหรือรับค่าข้อมูลตัวแปรตามที่กำหนดไว้

คำสั่ง print หมายถึง การแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ
และพิมพ์ข้อความ End เมื่อจบการทำงาน

การเขียนรหัสจำลองจะต้องมีการวางแผนสำหรับการอ้างอิงถึงข้อมูลที่จะต้องนำไปใช้ภายในโปรแกรมด้วย


การสร้างตัวแปร โดยใช้เครื่องหมายเท่ากับ (= ) แทนการกำหนดค่าตัวแปร

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่3

  กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.ความหมาย
 กระบวนการเทคโนโลยี (Technological Process). คือ  ขั้นตอนการแก้ปัญหาหรือตอบสนองต่อความต้องการซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทรัพยากรให้เป็นผลผลิตหรือผลลัพธ์ระบบเทคโนโลยีประกอบด้วยกระบวนการเทคโนโลยีก่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอย ตามที่มนุษย์ต้องการและเปลี่ยนแปลงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์  เพราะมนุษย์มีความต้องการในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในการดำรงชีวิต  ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาที่อาจเกิดจากการประดิษฐ์คิดค้นต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้น และบางครั้งปัญหาอาจเกิดการผลิตสิ่งของต่างๆไม่ตรงตามความต้องการไม่ได้คุณภาพจึงต้องมีการออกแบบ เพื่อจะนำมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว.
ความสำคัญของกระบวนการทางเทคโนโลยี.
1. เป็นพื้นฐานปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์.
2. เป็นปัจจัยหลักที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา.
3. เป็นเรื่องราวของมนุษย์ และธรรมชาติ. 




2.กระบวนการเทคโลยีสารสนเทศมี6ขั้นตอน
1.การรวบรวมข้อมูล
        วิธีการดำเนินการ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และบันทึกข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพื่อการประมวลผล เช่น บันทึกในแฟ้ม   เอกสาร  บันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ จดบันทึกไว้ในสมุด  เป็นต้น
2.การตรวจสอบข้อมูล
        ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลในลักษณะต่างๆ เช่น การตรวจสอบ เพื่อหาข้อผิดพลาด  ความน่าเชื่อถือ  ความสมเหตุสมผล  เพื่อให้มีความมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ได้รับการรวบรวมและบันทึกไว้อย่างถูกต้อง
3.การประมวลผลข้อมูล
        หมายถึง วิธีการดำเนินการกระทำข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ   ข้อมูล การประมวลผลสารสนเทศข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงที่เป็นตัวเลข  ข้อความ  รูปภาพ  เสียง  ที่เกี่ยวกับคน สัตว์ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ต่างๆหรือสิ่งที่ยอมรับว่าเป็นความจริง  สำหรับใช้เป็นหลักอนุมาน              
         สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลที่ได้ผ่านกระบวนการประมวลผล หรือจัดระบบแล้ว เพื่อให้มีความหมายและคุณค่าสำหรับผู้ใช้ เช่น     ปริมาณการขายสินค้าแต่ละตัว จำแนกตามเขตการขาย    
  • การนำข้อมูลไปประมวลผลมีด้วยกันหลายวิธี แต่มีวิธีง่ายๆ
         สำหรับนักเรียนที่จะใช้ศึกษาในเบื้องต้น 4  วิธีคือ
         1. การจัดเรียง คือ การนำข้อมูลหลาย ๆ ข้อมูลมาจัดเรียงลำดับตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น จัดเรียง  ข้อมูลชื่อตามตัวอักษร จัดเรียงข้อมูลคะแนนจากมากไปหาน้อย เป็นต้น
        2. การหาค่าเฉลี่ย คือ การนำเอาข้อมูลมาเฉลี่ย เช่น การนำเอาคะแนนสอบรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศมาหาค่าเฉลี่ยเป็นต้น 
       3. การเปรียบเทียบ คือ การนำเอาข้อมูลประเภทเดียวกันมาเปรียบเทียบเพื่อหาค่าแตกต่างหรือความเหมือนกัน 
       4. การหาแนวโน้ม คือ การนำเอาข้อมูลประเภทเดียวกันมาเปรียบเทียบตามระยะเวลา เช่นนำคะแนนของนักเรียนคนหนึ่งมาเปรียบเทียบกับคะแนนของตนเองในช่วงการสอบย่อยในช่วงของการสอบย่อยต่าง ๆ
      4.การจัดเก็บข้อมูล
     การเก็บรักษาข้อมูลเพื่อการบริหาร โดยเก็บไว้ในรูปแบบต่างๆ
     5.การคิดวิเคราะห์
    ขั้นตอนการดำเนินการ เพื่อสรุปความสำคัญของข้อมูลสารสนเทศให้ตรงสภาพที่เป็นจริงตรงตามวัตถุประสงค์ก่อนที่จะนำข้อมูลมาใช้
     6.การนำข้อมูลไปใช้  
               การนำข้อมูลไปใช้ในลักษณะต่างๆ


  • 3.การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
      ไม่ว่าเราจะทำงานใดก็ตาม ปัญหาเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ การแก้ปัญหามีหลายวิธี ขึ้นกับชนิดของาน วิธีการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งอาจแก้ปัญหาอีกอย่างหนึ่งไม่ได้ และการแก้ปัญหาอาจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น จึงควรยึดหลักการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เสียเวลา หลงทาง และสับสน วิธีการแก้ปัญหาแต่ละวิธีมีความเหมาะสมกับงานแตกต่างกันไป ก่อนที่จะใช้วิธีแก้ปัญหา ด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ จะขอยกวิธีการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอนโดยทั้วไป มาให้พิจารณาดูจำนวนหนึ่ง
                 การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนด้วยวิธีการต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ส่วนมากจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง และสามารถทำซ้ำได้ง่ายในกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยแก้ปัญหา จำเป็นต้องปรับรูปแบบวิธีการทำงานให้เหมาะสมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
                วิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นวิธีคล้ายกับการแก้ปัญกาทางวิศวกรรมมาก แต่ในการนำระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานใดๆ ก็ตาม จะต้องมีการวิเคราะห์ปัญหาและศึกษาความเป็นไปได้ให้รอบคอบเสียก่อน ทั้งนี้เนื่องจากคอมพิวเตอร์ไม่ใช้เครื่องมือวิเศษที่จะแก้ปัญหได้ทุกเรื่อง
                นอกจากนี้ยังจะต้องมีการศึกษาถึงความคุ้มค่าในการลงทุน เพื่อไม่ให้เป็นการลงทุนที่เสียเปล่า ต้องเลือกวิธีการแก้ปัญหาให้เหมาะสมกับงาน จัดหาเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ไม่เกินความจำเป็น
               การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เหมาะกับระบบงานที่ต้องทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งซากและมีปริมาณงานมากหรืองานที่ต้องการความรวดเร็วในการคำนวณเกินกว่าคนธรรมดาจะทำได้ วิธีการโดยทั้วไปคือ ปรับเปลี่ยนวิธีการหรือระบบการทำงานแบบเดิม มาใช้ระบบงานที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยทำงานเป็นบางส่วน หรือทั้งหมด เท่าที่สามารถจะทำแทนคนได้

    วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

    ใบงานที่ 2

    1.ภาษาคอมพิวเตอร์ฺคืออะไร
    ภาษาคอมพิวเตอร์ หมายถึง ภาษาใดๆ ที่ผู้ใช้งานใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ด้วยกัน แล้วคอมพิวเตอร์สามารถทำงานตามคำสั่งนั้นได้ คำนี้มักใช้เรียกแทนภาษาโปรแกรม แต่ความเป็นจริงภาษาโปรแกรมคือส่วนหนึ่งของภาษาคอมพิวเตอร์เท่านั้น และมีภาษาอื่นๆ ที่เป็นภาษาคอมพิวเตอร์เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น HTML เป็นทั้งภาษามาร์กอัปและภาษาคอมพิวเตอร์ด้วย แม้ว่ามันจะไม่ใช่ภาษาโปรแกรม หรือภาษาเครื่องนั้นก็นับเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ ซึ่งโดยทางเทคนิคสามารถใช้ในการเขียนโปรแกรมได้ แต่ก็ไม่จัดว่าเป็นภาษาโปรแกรม
    2.ระดับภาษาคอมพิวเตอร์มีกี่ระดับ
    2ระดับ ภาษาคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ ภาษาระดับสูง (high level) และภาษาระดับต่ำ (low level) ภาษาระดับสูงถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่ายและสะดวกสบายมากกว่าภาษาระดับต่ำ โปรแกรมที่เขียนถูกต้องตามกฎเกณฑ์และไวยากรณ์ของภาษาจะถูกแปล (compile) ไปเป็นภาษาระดับต่ำเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถนำไปใช้งานหรือปฏิบัติตามคำสั่งได้ต่อไป ซอฟต์แวร์สมัยใหม่ส่วนมากเขียนด้วยภาษาระดับสูง แปลไปเป็นออบเจกต์โค้ค (object code) แล้วเปลี่ยนให้เป็นชุดคำสั่งในภาษาเครื่อง
    3.จงเขียนชื่อภาษาคอมพิวเตอร์
    1.ภาษาเครื่อง
    2.ภาษาแอสแซมบลี 
    3.Basic 
    4.Pascal
    5.Pilot



    การเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ Basicทั่วไป

    วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

    ใบงานที่ 1

    1.ภาษา HTML หมายถึงอะไร
    ตอบHTML คือ ภาษาหลักที่ใช้ในการเขียนเว็บเพจ โดยใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผล HTML ย่อมาจากคำว่า Hypertext Markup Language โดย Hypertext หมายถึง ข้อความที่เชื่อมต่อกันผ่านลิ้ง (Hyperlink) Markup language หมายถึงภาษาที่ใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผลสิ่งต่างๆที่แสดงอยู่บนเว็บเพจ ดังนั้น HTML จึงหมายถึง ภาษาที่ใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผลเว็บเพจที่ต่างก็เชื่อมถึงกันใน Hyperspace ผ่าน Hyperlink นั่นเอง








    2.โปรแกรมที่ใช้สร้างเว็บเพจด้วยภาษาHTMLมีอะไรบ้าง ยกตัวอย่าง2โปรแกรม
    1.TextEditor
    2.notepad




    วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

    ประวัติส่วนตัว


    ชื่อ นาย นรวีร์ สุทัศน์ ณ อยุธยา อายุ 16 เพศ ชาย ชื่อเล่น อัพ
    เกิดวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2541
    งานอดิเรก เล่นคอม เล่นกีฬา ซ้อมวิ่ง
    อนาคตที่อยากเป็น นักธุระกิจ
    วิชาที่ชอบ คณิตศาสตร์ อังกฤษ พละ
    คติประจำใจ ไม่มีจุดหมายในชีวิต ชีวิตก็ไร้ค่า
    @ที่อยู่ต่างๆ
    39 หมู่3 ต.เนินพระ ถ.สุขุมวิท อ.เมือง จ.ระยอง 21000
    Gmail : uppamida@Gmail.com
    facebook : noravee sudasna
    Line : N.up